dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Training Course
dot
bulletการทำโครงการวิจัยในการปรับปรุงและพัฒนางานเพื่อเลื่อนระดับตำแหน่งชำนาญการพิเศษ
bulletการจัดทำแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form)
bulletการทำโครงการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงงาน (Work Improvement Project) เพื่อเลื่อนระดับตำแหน่งชำนาญการ
bulletการจัดทำแผนยุทธศาสตร์แบบบูรณาการ (ภาคปฏิบัติ)
bulletการทำวิจัยออนไลน์ (Online Research)
dot
Modern Management
dot
bulletReinventing Government
bulletNew Public Management
bulletBenchmarking
bulletBest Practices
bulletBalanced Scorecard
bulletKPI
bulletVirtual Organization
bulletBoundaryless Organization
bulletStrategy-Focused Organization
bulletShamrock Organization
bulletSWOT Analysis and TOWS Matrix
bulletPorter’s Five Competition Forces Model
bullete-Government
bulletCockpit Room
bulletKPI Dashboard
bulletDigital Government
bulletCompetency Dictionary
bulletCRM - Customer Relationship Management
bulletResult =Output+Outcome
bulletMilestone
bulletPDCA
bulletThailand Quality Award (TQA)
bulletPMQA
bulletInverted Pyramid Organization
bulletOne-Stop Service
bulletCustomer Centric Organization
bulletStrategy Map
bulletMission
dot
แบบสอบถามออนไลน์
dot
bulletแบบสอบถามการฝึกอบรมหลักสูตรการจัดทำโครงการวิจัย
dot
Research
dot
bulletPowerpoint 1-7
bulletPowerpoint 8-15
bulletResearch Problem
bulletResearch Objective
bulletLiterature Review
bulletกรอบแนวคิดการวิจัย
bulletVariables
bulletResearch Hypothesis
bulletHypothesis Writing
bulletPopulation
bulletSampling Method
bulletYamane
bulletKrejcie and Morgan
bulletLevel of Significant
bulletเครื่องมือการเก็บข้อมูล
bulletการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
bulletการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
bulletการสังเคราะห์งานวิจัย
dot
บริการข้อมูล
dot
bulletหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
bulletศูนย์กลางบริการภาครัฐ
bulletข้อมูลส่วนราชการไทย G-dir
bulletห้องสมุดกฎหมาย
bulletคนไทยดอทคอม
bulletสวนดุสิตโพลล์
bulletABAC Poll
bulletหลักสูตรปริญญาเอก




PMQA

 

PMQA (Public Sector Management Quality Award)

 

จุดเริ่มต้นของแนวคิดของ “การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ” 

             จุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดของ “การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ”  มาใช้นั้น กล่าวได้ว่า อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยที่ ก.พ.ร.ได้ร่วมมือกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติในการจัดทําหลักเกณฑ์และแนวทางการยกระดับและพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และได้นําแนวคิดดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548  โดยมีวัตถุประสงค์ของการดําเนินการ ดังนี้

         1) เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐให้สอดคล้องกับ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

         2) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนําไปใช เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานไปสู่ ระดับมาตรฐานสากล

         3) เพื่อให้เป็นกรอบในการประเมินตนเองเพื่อพัฒนาองค์การและเป็นฐานสําหรับใช้ประโยชน์ในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ

 

เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ  จะประกอบไปด้วย 7 หมวด ได้แก่

•       หมวด 1            การนำองค์กร

•       หมวด 2            การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์

•       หมวด 3            การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

•       หมวด 4            การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้

•       หมวด 5            การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล

•       หมวด 6            การจัดการกระบวนการ

•       หมวด 7            ผลลัพธ์การดำเนินการ

 

          หมวด 1 การนำองค์กร ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) การนำองค์กร  และ 2) ความรับผิดชอบต่อสังคม  ในส่วนของการนำองค์กรจะเป็นการพิจารณาใน 3 เรื่อง คือ  (ก) การกำหนดทิศทางของส่วนราชการ  โดยให้ความสำคัญต่อการที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ ค่านิยม ทิศทาง  ผลการดำเนินการที่คาดหวัง และการถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้บุคลากรขององค์การได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง  (ข) การกำกับดูแลตนเองที่ดี  โดยให้ความสำคัญต่อการบริหารองค์การที่ยึดหลักความโปร่งใสตรวจสอบได้  ความรับผิดชอบ  ตลอดจนการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และ (ค) การทบทวนผลการดำเนินการของส่วนราชการ โดยให้ความสำคัญต่อการที่องค์การจะต้องมีการทบทวนผลการดำเนินการ ตลอดจนการนำผลมาปรับปรุงส่วนราชการ  สำหรับในส่วนที่สองคือ ส่วนของความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น จะเป็นการพิจารณาใน 3 เรื่อง คือ  (ก) ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยให้ความสำคัญในการพิจารณาต่อการดำเนินการกรณีที่การปฏิบัติงานมีผลกระทบต่อสังคม  (ข) การดำเนินการอย่างมีจริยธรรม โดยให้ความสำคัญต่อการพิจารณาในเรื่องที่องค์การมีการดำเนินการอย่างมีจริยธรรม ตลอดจนการวัดและการตรวจติดตามการมีจริยธรรม  และ (ค) การให้การสนับสนุนต่อชุมชนที่สำคัญ โดยให้ความสำคัญต่อการที่องค์การสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนที่สำคัญ กล่าวโดยสรุป ในหมวดที่ 1 นี้เป็นการตรวจประเมินว่าผู้บริหารของส่วนราชการดําเนินการอย่างไรในเรื่องวิสัยทัศน พันธกิจ ค่านิยม เป้าประสงค์ระยะสั้นและระยะยาว และความคาดหวังในผลการดําเนินการ รวมถึงการให้ความสําคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหลาย การกระจายอํานาจการตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรม และการเรียนรู้ในส่วนราชการ รวมทั้งตรวจประเมินว่า      ส่วนราชการมีการกํากับดูแลตนเองที่ดี และดําเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสาธารณะและชุมชนอย่างไร

         หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) การจัดทำยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ และ 2) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ  โดยในส่วนของการจัดทำยุทธศาสตร์และกลยุทธ์จะเป็นการพิจารณาใน 2 เรื่อง คือ  (ก) กระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์และกลยุทธ์  โดยพิจารณาในเรื่องของวิธีการวางแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์  ตลอดจนการนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาประกอบการวางแผน  (ข) เป้าประสงค์ เชิงยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์  โดยพิจารณาในเรื่องของการกำหนดเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกรอบเวลาในการบรรลุผล  ตลอดจนพิจารณาความสมดุลระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด  สำหรับในส่วนของการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจะเป็นการพิจารณาใน 2 เรื่อง คือ  (ก) การจัดทำแผนปฏิบัติการและการนำแผนไปปฏิบัติ  โดยพิจารณาในเรื่องของการจัดทำแผนปฎิบัติการ การนำแผนไปปฎิบัติ  รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากร  การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง และแผนหลักด้านทรัพยากรบุคคล  และ (ข) การคาดการณ์ผลการดำเนินการ โดยพิจารณาในเรื่องของวิธีการคาดการณ์ผลการดำเนินการ ตลอดจนเกณฑ์เปรียบเทียบที่สำคัญต่างๆ  กล่าวโดยสรุป หมวด 2 จะเป็นการตรวจประเมินวิธีการกําหนดเป าประสงค เชิงยุทธศาสตร และกลยุทธ และแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ รวมทั้งการถ่ายทอดเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ รวมถึงแผนปฏิบัติราชการที่เลือกไว้ ไปปฏิบัติและการวัดผลความก้าวหน้า

         หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) ความรู้เกี่ยวกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  และ 2) ความสัมพันธ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  สำหรับในส่วนแรกก็เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  โดยพิจารณาในเรื่องของการกำหนดกลุ่มผู้รับบริการ  การรับฟังและเรียนรู้เพื่อกำหนดความต้องการของผู้รับบริการ  และส่วนที่สองจะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับ (ก) การสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ  กลไกหลักๆที่ผู้รับบริการติดต่อส่วนราชการ  ตลอดจนกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน  และ (ข)การวัดความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  การวัดความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ  การใช้ข้อมูลมาปรับปรุงการดำเนินการ  ตลอดจนการติดตามข้อมูลจากผู้รับบริการ  กล่าวโดยสรุป หมวด 3 จะเป็นการตรวจประเมินว่าส่วนราชการกําหนดความต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร รวมถึงส่วนราชการมีการดําเนินการอย่างไรในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  การกําหนดปัจจัยที่สําคัญที่ทําให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความพึงพอใจ และนําไปสู่การกล่าวถึงในทางที่ดีหรือในทางบวก

         หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้  ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) การวัดและวิเคราะห์ผลการดำเนินการของส่วนราชการ และ 2) การจัดการสารสนเทศและความรู้  สำหรับในส่วนแรกจะเป็นการพิจาณาในเรื่องของ (ก) การวัดผลการดำเนินการ  โดยพิจารณาในเรื่องของการเลือกการรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศที่สอดคล้องและบูรณาการ  การเลือกและการใช้ข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบ  และ (ข) การวิเคราะห์ผลการดำเนินการ   โดยพิจารณาในเรื่องการวิเคราะห์เพื่อประเมินผลการดำเนินการและแผนเชิงกลยุทธ์   ตลอดจนวิธีการสื่อผลการวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ  และสำหรับในส่วนที่สองจะเป็นการพิจาณาในเรื่องของ (ก) ความพร้อมใช้งานของข้อมูลและสารสนเทศ โดยพิจารณาในเรื่องของการทำให้ข้อมูลและสารสนเทศพร้อมใช้งาน   การเปิดเผยข้อมูลและ สารสนเทศ  ตลอดจนถึงการที่ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์มีความเชื่อถือได้ ปลอดภัย ใช้งานง่าย  และ (ข) การจัดการความรู้  โดยพิจารณาในเรื่องของวิธีการจัดการความรู้ขององค์การ  ตลอดจนการทำให้มั่นใจว่าข้อมูลและสารสนเทศ ถูกต้อง ทันการณ์ เชื่อถือได้ ปลอดภัย แม่นยำ และเป็นความลับ  กล่าวโดยสรุป หมวด 4 เป็นการตรวจประเมินว่าส่วนราชการเลือก รวบรวม วิเคราะห์ จัดการและปรับปรุงข้อมูลารสนเทศ และจัดการความรู้อย่างไร

        หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล  ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ 1) ระบบบริหารงานบุคคล  2) การเรียนรู้ของบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจ และ 3) ความผาสุกและความพึงพอใจของบุคลากร  สำหรับในส่วนแรกจะเป็นการพิจาณาใน 3 เรื่อง คือ (ก) การจัดระบบบริหารงาน บุคคล โดยพิจารณาในเรื่องของการจัดระบบและบริหารงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือ และความคล่องตัว ตลอดจนการนำความคิดที่หลากหลายมาใช้ในระบบงาน  (ข) ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยพิจารณาในเรื่องของการประเมินผลและให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อสนับสนุนผลการดำเนินการ  ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน รางวัล และสิ่งจูงใจต่างๆ  (ค) การจ้างงาน และความก้าวหน้าในการงาน  โดยพิจารณาในเรื่องของการกำหนดคุณลักษณะและทักษะที่จำเป็น  ตลอดจนการสรรหาว่าจ้างการสืบทอดตำแหน่ง  สำหรับในส่วนที่สองจะเป็นการพิจาณาใน 2 เรื่อง คือ (ก) การศึกษา การฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากร โดยพิจารณาในเรื่องของการหาความต้องการในการฝึกอบรม  ตลอดจนการส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะใหม่  (ข) การสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาความก้าวหน้าในงาน โดยพิจารณาในเรื่องของวิธีการจูงใจให้พนักงานพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่  และสำหรับในส่วนที่สามจะเป็นการพิจารณาใน 2 เรื่อง คือ (ก) สภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยพิจารณาในเรื่องการปรับปรุงสุขอนามัย ป้องกันภัย  การเตรียมพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน  (ข) การให้การสนับสนุนและสร้างความพึงพอใจแก่บุคลากร  โดยพิจารณาในเรื่องการกำหนดปัจจัยที่สำคัญต่อความผาสุก ความพึงพอใจ และแรงจูงใจ  ตลอดจนการบริการสวัสดิการและนโยบายสนับสนุนพนักงาน กล่าวโดยสรุป หมวด 5 เป็นการตรวจประเมินว่าระบบงานบุคคลและระบบการเรียนรู ของบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจ ช่วยให้บุคลากรพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่เพื่อให้มุ่งไปในแนวทางเดียวกันกับเป้าประสงค์ และแผนปฏิบัติการโดยรวมของส่วนราชการอย่างไร รวมทั้งตรวจประเมินความใส่ใจ การสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมในการทํางาน สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งจะนําไปสู่ผลการดําเนินการที่เป็นเลิศและความเจริญก้าวหน้าของบุคลากรและส่วนราชการ

         หมวด 6 การจัดการกระบวนการ  ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) กระบวนการที่สร้างคุณค่า โดยพิจารณาในเรื่องการกำหนดกระบวนการที่สร้างคุณค่า  การจัดทำข้อกำหนดของกระบวนการสร้างคุณค่า  การออกแบบกระบวนการเพื่อตอบสนองข้อกำหนดที่สำคัญ   การควบคุมและปรับปรุงกระบวนการที่สร้างคุณค่า  ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายด้านการตรวจสอบ ทดสอบและตรวจประเมิน และ 2) กระบวนการสนับสนุน  โดยพิจารณาในเรื่องการกำหนดกระบวนการสนับสนุน   การจัดทำข้อกำหนดของกระบวนการสนับสนุน  การออกแบบกระบวนการเพื่อตอบสนองข้อกำหนดที่สำคัญ  การควบคุมและปรับปรุงกระบวนการสนับสนุน ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายด้านการตรวจสอบ ทดสอบและตรวจประเมิน กล่าวโดยสรุป หมวด 6 เป็นการตรวจประเมินแง่มุมที่สําคัญทั้งหมดของการจัดการกระบวนการ การให้บริการ และกระบวนการอื่นที่สําคัญที่ช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และส่วนราชการ  ตลอดจนกระบวนการสนับสนุนที่สําคัญต่างๆ

         หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ  ประกอบไปด้วยผลลัพธ์ 4 ส่วน คือ 1) มิติด้านประสิทธิผลตามแผนปฏิบัติราชการ  โดยพิจารณาในเรื่องผลการบรรลุความสำเร็จของยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติงาน  ตลอดจนผลด้านการบูรณาการกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกันในการให้บริการ หรือการปฏิบัติงาน 2) มิติด้านคุณภาพการให้บริการ  โดยพิจารณาในเรื่องผลความพึงพอใจและไม่พึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ตลอดจนผลตัวชี้วัดที่สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  3) มิติประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ โดยพิจารณาในเรื่องผลด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ  ผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของกระบวนการที่สร้างคุณค่า  และผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของกระบวนการสนับสนุน  และ 4) มิติด้านการพัฒนาองค์กร  โดยพิจารณาในเรื่องผลด้านระบบบริหารงานบุคคล  ผลด้านการเรียนรู้และพัฒนาของบุคลากร  ผลด้านความผาสุก ความพึงพอใจและไม่พึงพอใจของบุคลากร  ผลด้านการสร้างนวัตกรรมและการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้  ผลการเปิดเผยรายงานผลการใช้งบประมาณรายรับ-รายจ่ายประจำปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตรวจสอบได้  ผลด้านการปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมาย  ผลด้านการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารงาน  และผลด้านการเป็นองค์กรที่ดี (Organizational Citizenship) ในการสนับสนุนชุมชนที่สำคัญ  กล่าวโดยสรุป หมวด 7 เป็นการตรวจประเมินผลการดําเนินการและแนวโน้มของส่วนราชการในมิติต่างๆ ได้แก่ มิติด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ และมิติด้านการพัฒนาองค์กร นอกจากนี้ยังตรวจประเมินผลการดําเนินการของส่วนราชการโดยเปรียบเทียบกับส่วนราชการหรือองค์กรอื่นที่มีภารกิจคล้ายคลึงกัน

         ถ้าจะสรุปให้เข้าใจง่ายแล้ว กล่าวว่าเกณฑ์ทั้ง 7 หมวดของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ  ถ้าวิเคราะห์แล้วจะเห็นได้ว่าถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่สำคัญ คือ ส่วนที่เป็นกระบวนการ และส่วนที่เป็นผลลัพธ์นั่นเอง  โดยที่ส่วนที่เป็นกระบวนการ สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกได้แก่ กลุ่มการนําองค์กร (ประกอบด้วยหมวด 1 การนําองค์กร  หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ และหมวด 3 การให้ความสําคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย)  กลุ่มที่สอง ได้แก่ กลุ่มปฏิบัติการ (ประกอบด้วยหมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล และหมวด 6 การจัดการกระบวนการ) และกลุ่มที่สาม ได้แก่ กลุ่มพื้นฐานของระบบ (ประกอบด้วยหมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้)  สำหรับในส่วนที่เป็นผลลัพธ์นั้นได้แก่ หมวด 7 ผลลัพธ์การดําเนินการ ซึ่งก็คือการแบ่งการตรวจประเมินออกเป็น 4 มิติ ตามคํารับรองการปฏิบัติราชการนั่นเอง คือ มิติด้านประสิทธิผลตามแผนปฏิบัติราชการ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ และมิติด้านการพัฒนาองค์กร

 







รศ.ดร.เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โทร. 086-9965-491 Copyright © 2010 All Rights Reserved.