ชี้แจงผลสอบของ นศ.


 

สาเหตุที่ นศ. บางส่วนที่ได้คะแนนไม่ดี หรือได้เกรด F
1.       อ่านหนังสือน้อย ใช้ common sense และประสบการณ์ในการทำงานมาตอบ
2.       ตอบไม่ตรงประเด็น ในสิ่งที่ข้อสอบถาม กลับไม่ตอบ แต่ไปตอบในสิ่งที่ นศ. รู้ แต่ข้อสอบไม่ได้ถาม
3.       เรียน ป.โท ไปเน้นการท่องจำเหมือน ป.ตรี เลยประมาท  ขณะที่ทักษะของ นศ.ป.โท จะมีความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการนำไปใช้
4.       ตอบข้อสอบโดยไม่อ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการ เขียนพรรณาไปเรื่อยๆ ขณะที่วิชา 33711 เน้นการอ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการ และนักวิชาการให้มาก ชื่อชุดวิชาก็บอกแล้วว่า แนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ แต่มีการอ้างอิงน้อย เหมือนกับไม่ได้อ่านหนังสือมาหรืออ่านมาน้อยมาก
5.       อ่านหนังสือเน้นเชิงปริมาณ มากกว่าอ่านในเชิงคุณภาพ คือ อ่านเพียงแค่ให้จบ 15 หน่วย แต่ขาดการอ่านหนังสือเชิงคุณภาพที่เน้นการจับแก่นประเด็นที่สำคัญ เน้นการวิเคราะห์เปรียบเทียบ เน้นการนำไปประยุกต์ใช้
6.       ในข้อสอบที่วิเคราะห์ ก็วิเคราะห์ย้อนกลับไม่ค่อยได้ว่าไปตรงกับแนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนักวิชาการท่านใด เรียกว่าวิเคราะห์ ภาคปฏิบัติไปหาแนวคิด หรือทฤษฎีไม่เป็น (Practice to Theory) ในทางปฏิบัติพบว่ามีการวิเคราะห์ได้น้อยมาก
7.       ในข้อสอบที่เป็นการประยุกต์ใช้ ก็เสนอแนะการนำไปใช้ได้น้อยประเด็น และการเสนอแนะก็ไม่สามารถอ้างอิงได้ว่าข้อเสนอแนะของเราไปสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนักวิชาการท่านใด
8.       เรียนหนังสือยังขาด พละ 5 คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
 
ข้อแนะนำในการเรียนหนังสือให้ดี
1.       เรียนหนังสือให้มี พละ 5 คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา อยู่ในระดับสูง
2.       อ่านหนังสืออย่างมีคุณภาพ อ่านจับแก่นหรือหัวใจสำคัญให้ได้ในทุกเรื่อง อย่าปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ ถ้าอ่านแล้วยังจับแก่นไม่ได้ อ่านหนังสือแล้ววิเคราะห์เปรียบเทียบไปด้วยว่าแต่ละเรื่องที่อ่านเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร อ่านแล้วคิดถึงการประยุกต์ใช้ไปด้วยว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอะไรได้บ้าง
3.       ตอบข้อสอบ จับให้ได้ว่า ข้อสอบถามกี่ประเด็น จด note ไว้ก่อน ว่าในแต่ละประเด็นจะตอบกี่เรื่อง และแต่ละเรื่องจะอ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการ หรือนักวิชาการท่านใด
4.       เขียนตอบให้อ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการ หรือนักวิชาการ เสมอ เช่น แผนยุทธศาสตร์มีกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ สอดคล้องกับแนวคิด Balanced Scorecard ของ Kaplan & Norton ที่มองว่าองค์การสมัยใหม่จะต้องเป็นองค์การเชิงกลยุทธ์ (Strategy Focused Organization)
5.       เขียนตอบให้อ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการ หรือนักวิชาการ ให้ได้หลากหลาย ไม่ใช่อ้างได้แค่เรื่องเดียวหรือคนเดียว เช่น อ้างแต่หลักธรรมาภิบาลเรื่องเดียวในการตอบทั้งข้อ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมีแนวคิด ทฤษฎี หลักการ หรือนักวิชาการที่อ้างได้เยอะมาก
6.       ในข้อสอบที่วิเคราะห์ ก็วิเคราะห์ย้อนกลับให้ได้ว่าไปตรงกับแนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนักวิชาการท่านใด เช่น ในกรณีศึกษามีการนำตัวชี้วัดมาใช้ ก็สามารถวิเคราะห์อ้างอิงแนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนักวิชาการได้ เช่น จากกรณีศึกษาที่มีการนำตัวชี้วัดมาใช้ สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการนิยม (Managerialism) ของภาคเอกชนที่เน้นการกำหนดเป้าหมาย และสอดคล้องกับแนวคิด Reinventing Government ของ Osborne & Gaebler ที่เห็นว่าการบริหารภาครัฐจะต้องเน้นที่ผลสัมฤทธิ์มากกว่าที่จะเน้นที่ปัจจัยนำเข้าหรือกฎระเบียบเหมือนแต่เดิม
7.       ในข้อสอบที่เป็นการประยุกต์ใช้ ก็เสนอแนะให้ได้มากประเด็น และการเสนอแนะก็ให้อ้างอิงได้ทุกครั้ง ว่าข้อเสนอแนะของเราไปสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี หลักการทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนักวิชาการท่านใด เช่น เสนอแนะให้ภาครัฐควรมอบอำนาจให้ประชาชน ก็เขียนตอบ เช่น ภาครัฐควรมอบอำนาจให้ประชาชน สอดคล้องกับ แนวคิด Reinventing Government ของ Osborne & Gaebler ที่เห็นว่าการบริหารภาครัฐจะต้องเน้นที่การให้ชุมชนเป็นเจ้าของ และสอดคล้องกับแนวคิดชุมชนนิยมที่ให้ประชาชนรวมกลุ่มกันบริหารและปกครองกันเอง
 
    การสอบครั้งนี้ คงเป็นบทเรียนของความประมาทของนักศึกษาหลายคน สิ่งสำคัญ คือ เราสร้างเหตุปัจจัยไม่เพียงพอต่อการที่จะได้คะแนนดี ผลจึงเป็นไปตามเหตุปัจจัย พระพุทธองค์ตรัสว่า สรรพสิ่งย่อมเกิดแต่เหตุ หมายความว่า เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะเหตุปัจจัยของเราไม่ดี (ขาดความขยัน อ่านจับประเด็นไม่ได้ อ้างอิงชื่อแนวคิด ทฤษฎี ไม่ได้ วิเคราะห์ไม่เป็น เขียนเชื่อมโยงไม่เป็น เสนอแนะโดยอ้างอิงไม่เป็น) ผลคะแนนก็ไม่ดี ในทางตรงข้าม นศ.ที่เรียนได้ดี เพราะเขาสร้างเหตุปัจจัยที่ดี (มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา อ่านจับประเด็นได้ อ้างอิงชื่อแนวคิด ทฤษฎี ได้หลากหลาย วิเคราะห์เป็น เขียนเชื่อมโยงเป็น เสนอแนะโดยอ้างอิงชื่อแนวคิด ทฤษฎี นักวิชาการได้) คะแนนจึงได้ดี   การตรวจข้อสอบของอาจารย์ทุกท่านทำด้วยความเที่ยงตรง เป็นเหมือนผู้พิพากษาที่พิพากษากรรมที่แต่ละคนได้กระทำ ใครทำกรรมดี เขาย่อมได้รับผลกรรมที่ดี   ใครทำกรรมไม่ดี เขาย่อมได้รับผลกรรมที่เป็นความทุกข์ ความเดือดร้อนในภายหลัง อาจารย์อยากให้ธรรมะสอนกับลูกศิษย์ทุกคน จงมีสติ ไม่มีใครทำให้เราตกหรือได้คะแนนไม่ดีได้หรอก นอกจากเราทำตัวเราเอง หันมาตรวจสอบจุดอ่อนของตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อรีบแก้ไข อย่าโทษคนอื่นสำหรับข้อผิดพลาด ส่วนเรื่องคำนวณไม่มี เนื่องจากใช้โปรแกรมที่มหาวิทยาลัยพัฒนาขึ้นมา เพราะฉะนั้นความผิดพลาดเป็นศูนย์ อย่าให้บทเรียนของการได้คะแนนไม่ดีเกิดขึ้นกับเราอีกในเทอม 2 ขอให้กำลังใจแก่ลูกศิษย์ทุกคน  ไม่มีอาจารย์คนไหน เห็นลูกศิษย์ตก ครูยังรักลูกศิษย์ทุกคนเสมอ ขอให้กำลังใจในการเรียนอย่างเต็มที่ สู้ๆ นะครับ
 
รศ.ดร.เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์
ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
 

หมายเหตุ : copy ไว้นะครับ จะได้เป็นสติเตือนใจเราอยู่เสมอ



ผู้ตั้งกระทู้ ดร.เทพศักดิ์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-01-04 21:16:54 IP : 183.89.219.51


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1403010)

    ขอให้รุ่นน้องทุกคนทำตามที่ท่านอาจารย์สอนนะคะเพราะนี่คือหัวใจของการเรียนรู้อย่างแท้จริงมิใช่เรียนเพื่อเกรดและเพื่อเอาปริญญาบัตรไปเลื่อนตำแหน่ง หรือเพื่อหวังสิ่งใดก็ตามแต่ หากแต่เป็นการเรียนรุ้เพื่อการพัฒนาความคิด พัฒนาสติปัญญา เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์(บูรณาการณ์สิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม) โดยเฉพาะ 33711ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนวิชาต่อๆไปด้วยนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะแนวคิด ทฤษฎี หลักการรปศ.ในยุคปัจจุบัน เช่นถ้าพูดถึงNPM แล้วเราต้องรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรมีกระแสของสิ่งใดบ้างที่ทำให้เกิด NPM ขึ้น รวมไปถึงเทคนิควิธีการบริหารงานสมัยใหม่ต่างๆที่เราพูดถึงกันอยู่นั้น ทั้ง TQM, BSC ,KPI  มันมีที่มาจากแนวคิดและหลักการอะไร แต่ละตัวมีลักษณะสำคัญอย่างไร และเมื่อนำไปใช้งานในภาคปฏิบัติจริงนั้นเทคนิคต่างๆแต่ละเทคนิคเขามีวิธีการอย่างไรนำไปปฏิบัติอย่างไร นี่คือสิ่งสำคัญมากที่เราต้องหาวิธีการค้นคว้าเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ได้อย่าเพียงเพื่อรอเรียนอย่างสบายๆ แล้วมันจะทำให้จบแบบไม่ง่าย เสียดายเวลาและเงินที่เสียไปแต่สุดท้ายที่เสียมากที่สุดคือ เสียใจตัวเอง สรุปว่าคุณต้องรู้ทุกอย่าง รู้ทั้งหมด รู้อย่างแตกฉานถ้ามีคนพูดถึงรปศ.คุณต้องร้องอ๋อ แล้วนึกทันทีว่าฉันสามารถพูดและอธิบายถึง รปศ.ได้ทั้งหมดทุกยุคตั้งแต่ wilson ยัน Osborne,Gaebler,Boston รวมไปถึงหลักการและเทคนิคต่างที่ใช้ในการบริหารจัดการแบบสมัยใหม่ทั้งหลายได้ ต่อจากนั้น คุณจะเป็นคนหนึ่ง ที่พูดได้และทำได้จริงอย่างไม่อายใคร ทั้งการจัดทำแผนกลยุทธิ์(แผนยุทธศาสตร์) ,การทำประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ KPI(คิดและสร้างตัวชี้วัดด้วยตัวเอง) , หรือการใช้ Balance Scorecard ใน 4 มิติ ทำเพื่อให้สมกับที่คุณมาเรียนที่นี่ ที่มสธ.ที่ที่เปิดโอกาสให้คุณแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไม่หยุดยั้ง ที่ที่ให้คุณเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยศักยภาพของตัวคุณเองโดยไม่ต้องรอครูแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และสุดท้ายคือที่ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคุณคนที่ขยันหมั่นเพียรอย่างไม่รู้จบ และเมื่อวันที่คุณเรียนจบคุรจะรู้สึกตัวว่า "วิริยะบารมีหนึ่งในบารมี 10ทัศ มันได้เกิดขึ้นแล้วที่นี่เดี๋ยวนี้ ที่มสธ. แล้วคุณจะรักสถาบันนี้อย่างไม่ลืมเลย

     ขอให้กำลังใจรุ่นน้องทุกคนขอให้สู้อย่ายอมแพ้อย่าเลิก บอกกับตัวเอง "เรากำลังสร้างบารมีอยู่"

หมายเหตุ ตัวแดงว่า เพียงเพราะฉันเคยประสบมา เพราะที่นี่ ที่มสธ.ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลง ทั้งรักและภูมิใจในความเป็นมสธ.ยิ่งนัก

ผู้แสดงความคิดเห็น รปม04 รุ่นพี่อยากเล่าเรื่อง วันที่ตอบ 2011-01-05 11:51:56 IP : 124.122.16.10


ความคิดเห็นที่ 2 (1403016)

 

ขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูง สำหรับการแนะนำครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก

หนูเป็นคนหนึ่ง ที่ผลสอบ ออกมาเป็น C+ และ C แต่ยอมรับตัวเองว่าตอบไม่ตรงประเด็น

บางครั้งมีท้อบ้าง แต่ก็ไม่ถอยคะ

ถ้าไม่เป็นการรบกวนท่านอาจารย์มากเกินขอจะขอคำแนะนำ คือหนูไม่มีพื้นฐานทาง รปศ. มาก่อนเลย

เรียนจบ ป.ตรี บัญชี แต่อยากทำงานราชการและเรียนรู้ระบบราชการ (ปัจจุบันยังทำงานบริษัทเอกชน)

แล้วเทอม 2 นี้ ลงวิชานโยบายสาธารณะ ซึ่งอ่านหนังสือไป 2 รอบแล้วแต่ยังจับประเด็น แกนหลัก ไม่ได้ว่า วิชานี้ ประเด็นหลักคืออะไร ก็เลยเอาหนังสือเรียน ป.ตรี มาอ่านเพิ่มเติม

อยากให้ท่าน อ. แนะนำสำหรับคนไม่มีพื้นฐานและประสบการณ์มาในการเรียนครั้งนี้ด้วยคะ

ขอขอบพระคุณอย่างสูง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น MPA7 วันที่ตอบ 2011-01-05 12:19:24 IP : 58.137.5.42


ความคิดเห็นที่ 3 (1403166)

 

เรียน ท่านอาจารย์เทพศักดิ์

ขอบพระคุณมากค่ะ ที่กรุณาได้ชี้แนะ ให้คำแนะนำที่ดี เพื่อให้ลูกศิษย์ ไม่หลงลงทะเล

และขออนุญาตนำข้อแนะนำนี้

ใส่ไว้ในบล็อกของศิษย์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจทั่วไปค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง

เพชรา

www.oknation.net/blog/rinrudee

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรา วันที่ตอบ 2011-01-06 14:26:46 IP : 161.200.69.126


ความคิดเห็นที่ 4 (1403619)

เรียน รอบสอง ต้อง A อย่างเดียว ขอบอก

ผู้แสดงความคิดเห็น terb MPA.7 วันที่ตอบ 2011-01-12 06:16:20 IP : 110.49.193.84


ความคิดเห็นที่ 5 (1403668)

กระบวนการทางปัญญา
  โดย…………ศ.นพ.ประเวศ วะสี


๑. ฝึกสังเกต สังเกตในสิ่งที่เราเห็น หรือสิ่งแวดล้อม เช่น ไปดูนก ดูผีเสื้อ หรือในการทำงาน การฝึกสังเกตจะทำให้เกิดปัญญามาก โลกทรรศน์ และวิธีคิด สติ-สมาธิ จะเข้าไปมีผลต่อการสังเกต และสิ่งที่สังเกต

๒. ฝึกบันทึก เมื่อสังเกตอะไรแล้วควรฝึกบันทึก โดยจะวาดรูปหรือ บันทึกข้อความ ถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอ ละเอียดมากน้อยตามวัยและ ตามสถานการณ์การบันทึกเป็นการพัฒนาปัญญา

๓. ฝึกการนำเสนอต่อที่ประชุม กลุ่ม เมื่อ มีการทำงานกลุ่ม เรา ไปเรียนรู้อะไรมาบันทึกอะไรมา จะนำเสนอให้เพื่อนหรือครูรู้เรื่อง ได้อย่างไร ก็ต้องฝึกการนำเสนอการนำเสนอได้ดีจึงเป็นการพัฒนา ปัญญาทั้งของผู้นำเสนอและของกลุ่ม

๔. ฝึกการฟัง ถ้ารู้จักฟังคนอื่นก็จะทำให้ฉลาดขึ้น โบราณเรียกว่า เป็นพหูสูตบางคนไม่ได้ยินคนอื่นพูด เพราะหมกมุ่นอยู่ในความคิด ของตัวเองหรือมีความฝังใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเรื่องอื่นเข้าไม่ได้ ฉันทะ สติ สมาธิ จะช่วยให้ฟังได้ดีขึ้น

๕. ฝึกปุจฉา-วิสัชนา เมื่อมีการนำเสนอและการฟังแล้ว ฝึกปุจฉา-วิสัชนา หรือถาม-ตอบ ซึ่งเป็นการฝึกใช้เหตุผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ทำ ให้เกิดความแจ่มแจ้งในเรื่องนั้นๆ ถ้าเราฟังครูโดยไม่ถาม-ตอบ ก็ จะไม่แจ่มแจ้ง

๖. ฝึกตั้งสมมติฐานและตั้งคำถาม เวลาเรียนรู้อะไรไปแล้ว เรา ต้องสามารถตั้งคำถามได้ว่า สิ่งนี้คืออะไร สิ่งนั้นเกิดจากอะไร อะไรมีประโยชน์ ทำอย่างไรจะสำเร็จประโยชน์อันนั้น และมีการ ฝึกการตั้งคำถาม ถ้ากลุ่มช่วยกันคิดคำถามที่มีคุณค่าและมีความ สำคัญ ก็จะอยากได้คำตอบ

๗. ฝึกการค้นหาคำตอบ เมื่อมีคำถามแล้วก็ควรไปค้นหาคำตอบ จากหนังสือ จากตำรา จากอินเตอร์เน็ต หรือไปคุยกับคนเฒ่าคน แก่ แล้วแต่ธรรมชาติของคำถาม การค้นหาคำตอบต่อคำถามที่ สำคัญจะสนุกและทำให้ได้ความรู้มาก ต่างจากการท่องหนังสือ โดยไม่มีคำถาม บางคำถามเมื่อค้นหาคำตอบทุกวิถีทางจนหมด แล้วก็ไม่พบ แต่ถามยังอยู่ และมีความสำคัญ ต้องหาคำตอบต่อ ไปด้วยการวิจัย

๘. การวิจัย การวิจัยเพื่อหาคำตอบเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เรียนรู้ทุกระดับการวิจัยจะทำให้ค้นพบความรู้ใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิด ความภูมิใจ สนุก และมีประโยชน์มาก

๙. เชื่อมโยงบูรณาการ ให้เห็นความเป็นทั้งหมดและเห็นตัวเอง ธรรมชาติของสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยง เมื่อเรียนรู้อะไรมาอย่าให้ความ รู้นั้นแยกเป็นส่วน ๆ แต่ควรจะเชื่อมโยงเป็นบูรณาการให้เห็นความเป็น ทั้งหมดในความเป็นทั้งหมดจะมีความงาม และมีมิติอื่นผุดบังเกิด ออกมาเหนือความเป็นส่วน ๆ และในความเป็นทั้งหมดนั้นมองให้ เห็นตัวเอง เกิดการรู้ตัวเองตามความเป็นจริง ว่าสัมพันธ์กับความ เป็นทั้งหมดอย่างไร จริยธรรมอยู่ที่ตรงนี้ คือการเรียนรู้ตัวเองตาม ความเป็นจริง ว่าสัมพันธ์กับความเป็นทั้งหมดอย่างไร
     
ดังนั้น ไม่ว่าการเรียนรู้อะไร ๆ ก็มีมิติทางจริยธรรมอยู่ในนั้นเสมอ มิติทางจริยธรรมอยู่ในความเป็นทั้งหมดนั่นเอง ต่างจากการเอา จริยธรรมไปเป็นวิชา ๆ หนึ่งแบบแยกส่วน แล้วก็ไม่ค่อยได้ผล ในการบูรณาการความรู้ที่เรียนรู้มาให้รู้ความเป็นทั้งหมด และเห็นตัวเองนี้ จะนำไปสู่อิสรภาพและความสุขอันล้นเหลือ เพราะ หลุดพ้นจากความบีบคั้นของความไม่รู้ การไตร่ตรองนี้จะโยงกลับไป สู่วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ว่าเพื่อลดตัวกู-ของกู และเพื่อการ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ อันจะช่วยกำกับให้การแสวงหาความรู้เป็นไป เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว มิใช่เป็นไปเพื่อความกำเริบแห่งอหังการ มมังการ และเพื่อรบกวนการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ

๑๐. ฝึกการเขียนเรียบเรียงทางวิชาการ ถึงกระบวนการเรียนรู้และความรู้ ใหม่ที่ได้มาการเรียบเรียงทางวิชาการเป็นการเรียบเรียงความคิดให้ประณีต ขึ้น ทำให้ค้นคว้าหาหลักฐานที่มาที่อ้างอิงของความรู้ให้ถี่ถ้วนแม่นยำขึ้น การเรียบเรียงทางวิชากรจึงเป็นการพัฒนาปัญญาของตนเองอย่างสำคัญ และเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ของผู้อื่นในวงกว้างออกไป

 

ที่มา: http://www.budpage.com/wisdom01.shtml

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอนำกระบวนการทางปัญญาของ อ.ประเวศ มาฝากทุกๆคน วันที่ตอบ 2011-01-12 19:08:21 IP : 180.180.162.91


ความคิดเห็นที่ 6 (1404353)

เรียน ท่านอาจารย์เทพศักดิ์

ขอขอบพระคุณที่ช่วยชีแจงในเรื่องของการตัดเกรดครับ ซึ่งกระผมเองพอจะทราบอยู่มาบ้างพอสมควรว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในการเรียน และการสอบ แต่ท่านอาจารย์ครับ จริงอยู่การปล่อยเกรดเป็นสิ่งไม่ค่อยจะดีนักในแง่ของคุณนักศึกษาและภาพพจน์ของมหาวิทยาลัย... แต่การกดเกรดก็ใช่ว่าจะทำให้ภาพพจน์ของมหาวิทยาลัยดีนะครับ (มหาวิทยาลัย หลายๆแหน่งเรียนง่ายกว่า มสธ เยอะ....เขาว่างั้น) ซึ่งส่วนตัวของกระผมเห็นว่า ทาง มสธ ต้อง Balancing ทั้งสองอย่างเพื่อ ภาพพจน์ มสธ ทั้งคุณภาพนักศึกษา และการได้มาซึ่งปริญญาบัตรอย่างไม่ยากเย็นมากนัก

กราบเรียนมาเพื่อทราบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Lew (lewmpa7-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-17 16:09:49 IP : 203.146.139.163


ความคิดเห็นที่ 7 (1404370)

คุณ Lew

คุณกล่าวเช่นนี้ กำลังดูถูกสถาบันอันทรงเกียรติอยู่นะ มสธ.ไม่ใช่จ่ายครบจบแน่ แต่มสธ.คือคุณภาพ การเรียนของที่นี้จึงนับว่ามีคุณภาพ นักศึกษาจึงต้องใจอย่างแท้จริง จึงจะจบอย่างมีคุณภาพ

ผู้แสดงความคิดเห็น MPA6 วันที่ตอบ 2011-01-17 18:51:56 IP : 125.26.92.190


ความคิดเห็นที่ 8 (1404443)

เรียน คุณ Lew

รบกวนคุณไปเรียนมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งที่คุณกล่าวถึงเถอะนะ...เพราะผมไม่อยากมีเพื่อน หรือรุ่นน้องที่จบจากสถาบันเดียวกันแล้วมีความคิดแบบคุณ (แต่ถ้าคุณคิดแบบนี้ได้ ผมคิดว่าคุณคงไม่มีปัญญาเรียนจบ มสธ. หรอก) รึไม่งั้นคุณก็เอาเวลาเหล่านี้ รีบไปอ่านหนังสือหรือค้นคว้าตำราเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์เถอะ คิดแบบนี้ต้องเจอท่านอาจารย์มานิตสั่งสอนถึงจะรู้สึก

ผู้แสดงความคิดเห็น รับปริญญาเมื่อวาน MPA5 วันที่ตอบ 2011-01-18 09:18:47 IP : 202.129.59.146


ความคิดเห็นที่ 9 (1404449)

ถึง คุณ Lew

การกล่าวโจมตีมหาวิทยาลัยของตนเสียๆหายๆเช่นนี้ไม่ดีเลย และเป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนไม่ควรทำอย่างยิ่ง หรืออาจเรียกว่า เป็นศิษย์ทรยศหรือเนรคุณอาจารย์และสำนัก ที่น่าเสียใจ คือ ได้ยินออกมาจากปากของคนระดับ ป.โท ที่กำลังเป็นมันสมองของชาติ...คิดได้แค่นี้หรือ...ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยอนุบาลเลย...

คุณ Lew ผมเป็นคนหนึ่งครับที่เรียนจบ จาก 4 มหาวิทยาลัย รวมทั้งที่ มสธ. ด้วย ผมว่า แต่ละที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เราไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่นั้นดี ที่นี่ไม่ดีได้ เปรียบเสมือนกับประเพณีของแต่ละท้องที่ เราไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเพณีของที่นั่นดี ที่นี้ไม่ดี ถ้าหากฝืนทำ ระวังจะโดนประชาทันจากคนระแวกนั้นเอา  สำหรับผมคิดว่ามสธ. ก็มีคุณภาพตามแบบฉบับของมสธ. ที่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ...ไม่รู้สิ ผม (รวมทั้งคนที่มาเรียนที่นี้) ชอบแบบนี้ (ถ้าคุณไม่ชอบการเรียนตามแบบฉบับของ มสธ. ก็ควรลาออกไป...ขืนเรียนไปก็ไม่จบ...เพราะคุณไม่มีความชอบเป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว...

ผู้แสดงความคิดเห็น คนรัก มสธ. วันที่ตอบ 2011-01-18 09:48:37 IP : 182.53.103.52


ความคิดเห็นที่ 10 (1406686)

ขอบพระคุณ อ.ที่ช่วยอบรมสั่นสอนศิษย์..มากค่ะ..

ผู้แสดงความคิดเห็น รัก มสธ. วันที่ตอบ 2011-02-10 08:02:41 IP : 10.0.232.111



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


รศ.ดร.เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โทร. 086-9965-491 Copyright © 2010 All Rights Reserved.