การจัดทำเอกสารประกอบการสัมมนาและการสัมมนา


เอกสารประกอบการสัมมนา
พวกเรานักศึกษา รปม. มักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ "เอกสารประกอบการสัมมนา มักมีข้อสงสัยว่า มีรูปแบบ หัวข้อ หรือรายละเอียดเป็นอย่างไร เหมือนรูปแบบของรายงานทั่ว ๆ ไปหรือไม่"
สงสัยต้องตอบว่า ไม่มีรูปแบบ ขอให้มีการศึกษาและสรุปสิ่งที่ไปค้น ไปอ่านมา แล้วบันทึกเป็นเรื่องเป็นราว จัดให้เป็นระบบ ก่อนพิมพ์และเอกสารแจกจ่ายเพื่อนในกลุ่มสัมมนา เช่น ผมไปค้นมาแล้ว ได้พบและสรุปว่า

- ตำรา มสธ. (ป.ตรี) มีอยู่หน่วยหนึ่งในเอกสารรายละเอียดชุดวิชาขอบข่ายและระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ระบุว่า พัฒนาการของรัฐประศาสนศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคคลาสสิค ยุคพฤติกรรมศาสตร์ และยุคหลังพฤติกรรมศาสตร์ มีวู้ดโรว์ วิลสัน (อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา) เสนอบทความว่า "ควรแยกการบริหารออกจากการเมือง" เมื่อปี 4887 รวมทั้งมีนักวิชาการอื่น ๆ สนับสนุนและเสนอบทความ และเรื่องราวอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่อง ในยุโรป มีใครต่อใครที่เสนอเรื่องราว หลักการต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหาร ยุคที่สอง มีใครต่อใครที่เสนอเกี่ยวกับพฟติกรรมนิยม หรือบางตำราเรียกว่ามนุษยนิยม มนุษยสัมพันธ์ มีใครบ้าง เสนอหลักการอะไรบ้าง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดอะไรขึ้นกับรัฐประศาสนศาสตร์ มีอะไรเกิดขึ้น นักวิชาการคนสำคัญมีใครบ้าง เสนอหลักการ แนวคิดอะไรบ้างเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์ ตรงนี้ก็ศึกษา ทำความเข้าใจ รวมทั้งศึกษาจากหนังสือ ตำราเล่มอื่น ๆ เช่น ของ อุทัย เลาหวิเชียร และกุลธน ธนาพงศธร นอกจากนี้ ยังมีหนังสือ ตำราอีกหลาย ๆ เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องอ่าน สรุปออกมา ละเอียดกว่าย่อความตรงที่ต้องเข้าใจแล้วดึงเอาสาระหลัก ๆ ออกมาเรียบเรียง ก็จะได้ภาพของขอบข่ายและสาระสำคัญของรัฐประศาสนศาสตร์ที่พัฒนา เปลี่ยนแปลงมาในแต่ละช่วงเวลาหรือแต่ละยุคแต่ละสมัย กับที่สรุปเป็นความเห็นหรือข้อเสนอของตัวเราเองว่า "ขอบข่ายและสาระสำคัญของรัฐประศาสนศาสตร์ คืออะไร" ถ้าทุก ๆ คนทำอย่างนี้ เราก็มีวัตถุดิบและการสรุปของนักศึกษาแต่ละคน รวม ๆ กันเข้าตั้ง 10 กว่าชิ้น จากแหล่งหรือตำราตั้งหลาย ๆ เล่ม ซ้ำบ้าง ไม่ซ้ำบ้าง พวกเราก็จะเกิดความรู้ ความคิดเห็นที่แตกฉาน แทนที่จะรู้จากอาจารย์เพียงคนเดียว หรืออ่านจากหนังสือเพียงเล่มเดียว ย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า มีหนังสือหรือตำราที่พูดถึงเรื่องนี้เยอะมากนะครับ อย่าไปเอามาจากเล่มที่ยกตัวอย่างเพียงเล่มเดียว

ชิ้นที่ 1 เอกสารประกอบการสัมมนานี้ เวลาเราเสนอความเห็นหรือร่วมในการอภิปรายว่า ขอบข่ายของ รปศ. มีแค่นี้ แค่นี้ ตรงนั้นใช่ ตรงนี้ไม่ใช่ หรือเนื้อหาสาระสำคัญน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ เราก็มีเอกสารหลักฐานยืนยันว่า เอามาจากไหน ของใคร เราสรุปมาจากไหน ในตอนที่อภิปรายร่วมกัน มีคนอื่นที่ค้นมาต่างเล่มกันก็จะเสริมว่า ผมหรือดิฉันเห็นว่ามีเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือมีประเด็นนั้นประเด็นนี้เพิ่มเติม เพราะอะไร อ้างมาจากไหน เพื่อให้พวกเราได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สนุกดีกว่าฟังอาจารย์ยืนพ่นอยู่คนเดียวไหมล่ะครับ นี่คือการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ครับ คนอื่น ๆ ที่ทุกคนต่างก็ค้นมา ก็ยังมีพื้นฐานหรือมีเชื้อในการรับฟัง ในการร่วมอภิปรายและทำความเข้าใจของตนเองให้แตกฉานกว้างขวางมากขึ้นด้วย ดังนั้น กรณีการสัมมนาร่วมกันสำหรับหัวข้อสัมมนา
เมื่อมีเอกสารประกอบการสัมมนาแจกให้เพื่อนแล้ว ก็ไม่ต้องทำ Powerpoint หรอกครับ เพราะไม่ได้ให้ใครมาบรรยาย หรือบรรยายทีละคน แต่เป็นการอภิปรายร่วมกัน อาจจะชี้ให้เพื่อน ๆ ดูว่า เรื่องที่พูดถึงอยู่ในหน้าไหนหน้าไหนของเอกสารประกอบการสัมมนาที่เราจัดทำมา ขอเพียงสรุปเป็นเอกสาร ระบุแหล่งค้นคว้าอ้างอิงที่ถูกต้อง ชัดเจน ให้คนอื่นนำไปค้นคว้า ศึกษาต่อเอาเองได้ก็ดีแล้ว ข้อสำคัญ คือ ค้นให้กว้าง ให้มาก สรุปให้เป็น สรุปให้ดี ไม่ใช้วิธีการตัดต่อมาเรียง ๆ กันก็แล้วกัน
ถ้าทุก ๆ คนทำอย่างตั้งใจ ค้นอย่างกว้างขวาง และมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่วมกันในระหว่างที่เราสัมมนากัน จะสนุกมากครับ


สวัสดีครับ
 



ผู้ตั้งกระทู้ มานิต :: วันที่ลงประกาศ 2008-06-25 07:36:11 IP : 124.121.57.10


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1285060)

ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น จันทนา วันที่ตอบ 2008-06-25 11:41:20 IP : 202.129.44.230



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


รศ.ดร.เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โทร. 086-9965-491 Copyright © 2010 All Rights Reserved.