dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Training Course
dot
bulletการทำโครงการวิจัยในการปรับปรุงและพัฒนางานเพื่อเลื่อนระดับตำแหน่งชำนาญการพิเศษ
bulletการจัดทำแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form)
bulletการทำโครงการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงงาน (Work Improvement Project) เพื่อเลื่อนระดับตำแหน่งชำนาญการ
bulletการจัดทำแผนยุทธศาสตร์แบบบูรณาการ (ภาคปฏิบัติ)
bulletการทำวิจัยออนไลน์ (Online Research)
dot
Modern Management
dot
bulletReinventing Government
bulletNew Public Management
bulletBenchmarking
bulletBest Practices
bulletBalanced Scorecard
bulletKPI
bulletVirtual Organization
bulletBoundaryless Organization
bulletStrategy-Focused Organization
bulletShamrock Organization
bulletSWOT Analysis and TOWS Matrix
bulletPorter’s Five Competition Forces Model
bullete-Government
bulletCockpit Room
bulletKPI Dashboard
bulletDigital Government
bulletCompetency Dictionary
bulletCRM - Customer Relationship Management
bulletResult =Output+Outcome
bulletMilestone
bulletPDCA
bulletThailand Quality Award (TQA)
bulletPMQA
bulletInverted Pyramid Organization
bulletOne-Stop Service
bulletCustomer Centric Organization
bulletStrategy Map
bulletMission
dot
แบบสอบถามออนไลน์
dot
bulletแบบสอบถามการฝึกอบรมหลักสูตรการจัดทำโครงการวิจัย
dot
Research
dot
bulletPowerpoint 1-7
bulletPowerpoint 8-15
bulletResearch Problem
bulletResearch Objective
bulletLiterature Review
bulletกรอบแนวคิดการวิจัย
bulletVariables
bulletResearch Hypothesis
bulletHypothesis Writing
bulletPopulation
bulletSampling Method
bulletYamane
bulletKrejcie and Morgan
bulletLevel of Significant
bulletเครื่องมือการเก็บข้อมูล
bulletการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
bulletการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
bulletการสังเคราะห์งานวิจัย
dot
บริการข้อมูล
dot
bulletหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
bulletศูนย์กลางบริการภาครัฐ
bulletข้อมูลส่วนราชการไทย G-dir
bulletห้องสมุดกฎหมาย
bulletคนไทยดอทคอม
bulletสวนดุสิตโพลล์
bulletABAC Poll
bulletหลักสูตรปริญญาเอก




Sampling Method

การสุ่มตัวอย่าง (Sampling Method)

        การสุ่มตัวอย่างออกได้เป็น  2  แนวทางหลัก ๆ  ได้แก่  แนวทางการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Nonprobability Samping Method)  และแนวทางการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น  (Probability  Samping Method) 

1.    การสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น(Nonprobability  Samping Method)  หมายถึง กระบวนการของการสุ่มตัวอย่างที่ค่าความน่าจะเป็นของการเลือกตัวอย่างในแต่ละหน่วยจากประชากรไม่สามารถหาหรือกำหนดได้  รูปแบบหลัก ๆ  ของการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็นที่นิยมใช้กัน  ได้แก่ 

1.1     การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญหรือตามความสะดวก (Convenience Sampling) หมายถึง การที่ผู้วิจัยได้คัดเลือกหน่วยตัวอย่างโดยยึดหลักความสะดวกเป็นสำคัญ เช่น ครู อาจเลือกนักเรียนคนใดก็ได้ที่อยู่ในชั้นเรียนประจำของครูขึ้นมาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา หรือ ผู้วิจัยอาจเลือกคนที่กำลังอยู่บนถนนในช่วงเวลาที่ไปสอบถามหรือสัมภาษณ์โดยเป็น 200 คนแรกที่ผู้วิจัยพบ หรือ ผู้วิจัยบังเอิญไปพบว่าประชากรที่กำลังศึกษาขณะนั้นกำลังมีการประชุมสัมมนาอยู่พอดีจึงนำแบบสอบถามมาสอบถาม

           1.2 การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) หมายถึง การที่ผู้วิจัยใช้วิจารณญาณของตนเองว่าจะเลือกหน่วยใดที่ผู้วิจัยคิดว่าหน่วยนั้นน่าจะเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร นั่นหมายถึงว่าโอกาสที่หน่วยของประชากรจะถูกเลือกขึ้นมาศึกษาขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้วิจัยเป็นประการสำคัญ เช่น ผู้วิจัยเลือกเอาจังหวัดเชียงใหม่ขึ้นมาเป็นหน่วยตัวอย่างของการศึกษาโดยคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนของเขตภาคเหนือ ผู้วิจัยเลือกเอาโรงเรียนประจำจังหวัดขึ้นมาเป็นหน่วยตัวอย่างของการศึกษาโดยคิดว่าโรงเรียนประจำจังหวัดน่าจะเป็นตัวแทนของทุกโรงเรียนในจังหวัดหนึ่ง ๆ ได้

           1.3  การสุ่มตัวอย่างแบบโควต้า (Quota Sampling) หมายถึง  การที่ผู้วิจัยได้มีการกำหนดตัวแปรควบคุมโควต้าที่ใช้ในการศึกษา  โดยกำหนดสัดส่วนของตัวแปรควบคุมโควต้าในประชากรและเลือกตัวอย่างจากประชากรตามสัดส่วนที่ได้มีการกำหนดไว้  เช่น  ในการวิจัยเรื่องความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อการให้บริการของหน่วยงานพบว่ามีเพศชายและเพศหญิงมาใช้บริการในระดับที่เท่า ๆ กัน  ดังนั้นผู้วิจัยก็จะต้องกำหนดสัดส่วนของเพศชายและเพศหญิงในกลุ่มตัวอย่างให้เท่ากัน  หรือถ้าผู้วิจัยพบว่าลูกค้าของหน่วยงานมีระดับรายได้ทั้งรายได้สูง  รายได้ปานกลาง  และรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อย  โดยมีลูกค้าที่มีรายได้สูงร้อยละ  60  ลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางร้อยละ  30 และลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อยมีร้อยละ  10  ดังนั้นการสุ่มตัวอย่างลูกค้าก็จะต้องทำการสุ่มตัวอย่างจากลูกค้าที่มีรายได้สูง  รายได้ปานกลางและรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อยมาร้อยละ  60, 30  และ  10  ตามลำดับด้วย  เป็นต้น

           1.4  การสุ่มตัวอย่างแบบสโนว์บอลหรือแบบลูกโซ่ (Snow Ball or Chain Sampling) หมายถึง การเลือกตัวอย่างในลักษณะแบบต่อเนื่อง โดยที่ตัวอย่างแรกจะเป็นผู้ให้คำแนะนำในการเลือกตัวอย่างถัดไป และมีการแนะนำต่อไปจนกระทั่งได้ขนาดตัวอย่างตามที่ผู้วิจัยต้องการ  เช่น ในการวิจัยเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น  เรื่องหนี้สินนอกระบบ   การปราบปรามยาเสพติด  โดยที่ผู้วิจัยจะทำการเลือกตัวอย่างแรกขึ้นมาก่อน  จากนั้นตัวอย่างแรกที่ได้เลือกมาก็จะเป็นผู้ให้ชื่อของตัวอย่างที่สองต่อไป  และตัวอย่างที่สองก็จะเป็นผู้ให้ชื่อของตัวอย่างที่สามต่อไป ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนกระทั่งได้ขนาดตัวอย่างตามที่ผู้วิจัยต้องการ

2.    การสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability  Samping Method)  หมายถึง  กระบวนการของการสุ่มตัวอย่างที่ค่าความน่าจะเป็นของการเลือกตัวอย่างในแต่ละหน่วยจากประชากรสามารถหาหรือกำหนดได้ รูปแบบหลัก ๆ  ของการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น       ที่นิยมใช้กัน ได้แก่

2.1     การสุ่มตัวอย่างแบบธรรมดาหรือแบบง่าย  (Simple  Random Sampling)  หมายถึง การสุ่มตัวอย่างที่ทุกหน่วยของประชากรได้รับการสุ่มตัวอย่างมาเท่ากัน  การสุ่มตัวอย่างแบบนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีย่อย คือ การสุ่มตัวอย่างโดยวิธีการจับฉลาก และการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเลขสุ่ม  และการสุ่มตัวอย่างโดยใช้คอมพิวเตอร์สุ่มตัวอย่าง

 2.2 การสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ  (Systematic  Sampling)  หมายถึง  กระบวนการสุ่มตัวอย่างที่ใช้การเลือกตัวอย่างในลักษณะที่เป็นช่วงสุ่ม (Sampling  Interval) ที่เท่าๆ กัน  โดย

ช่วงสุ่ม  (k)  =   ขนาดของประชากร(N)

                          ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง  (n)

          

  2.3  การสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ  (Stratified Sampling) หมายถึง  กระบวนการของการจำแนกสมาชิกของประชากรออกเป็นชั้นต่าง ๆ โดยที่สมาชิกของประชากรที่อยู่ใน ชั้นภูมิเดียวกันจะมีลักษณะหรือคุณสมบัติเดียวกัน   แต่ต่างชั้นภูมิกันจะมีลักษณะหรือคุณสมบัติที่แตกต่างกันและมีการสุ่มตัวอย่างเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างจากแต่ละชั้นภูมิเพื่อนำมาศึกษา 

             2.4 การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling)  หมายถึง  กระบวนการของการจำแนกสมาชิกของประชากรออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ โดยยึดเกณฑ์ความเหมือนหรือความคล้ายคลึงกันโดยที่แต่ละกลุ่มมีความเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน  แต่ภายในกลุ่มเดียวกันจะมีความแตกต่างในลักษณะหรือคุณสมบัติ  โดยอาจจะแบ่งออกตามสภาพพื้นที่หรือสภาพภูมิศาสตร์  หรืออาจแบ่งโดยใช้เกณฑ์อื่นที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นมาก็ได้  ตัวอย่างของการแบ่งออกตามสภาพพื้นที่หรือสภาพภูมิศาสตร์ เช่น ศึกษาวิจัยเรื่องความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพฯต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยแบ่งจังหวัดกรุงเทพฯ ออกเป็นตามเขตต่างๆ โดยที่แต่ละเขตจะมีความหลากหลายของอาชีพ  (การแบ่งออกเป็นเขตต่างๆ ถือว่าเป็นการแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ) เป็นต้น หรือ ตัวอย่างที่แบ่งโดยใช้เกณฑ์อื่นที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นมา เช่น ศึกษาวิจัยเรื่องการสำรวจความคิดเห็นของครูต่อการโอนถ่ายบุคลากรไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยแบ่งออกเป็นครูกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มครูผู้สอน และกลุ่มครูที่เป็นผู้บริหาร  โดยที่แต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยครูที่มีคุณลักษณะหลากหลายที่อยู่ในโรงเรียนประเภทต่างๆ

             2.5 การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) หมายถึง กระบวนการของการสุ่มตัวอย่างในแต่ละกลุ่มลงไปในระดับย่อยต่าง ๆ  จนถึงหน่วยการวิเคราะห์ที่เล็กที่สุดที่ต้องการศึกษา  เป็นต้น

ภาค      จังหวัด       อำเภอ             ตำบล               หมู่บ้าน             ครัวเรือน

 

       อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้แนวทางใดจุดมุ่งหมายหลักที่สำคัญของการสุ่มตัวอย่างก็คือ  การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรที่ศึกษาได้อย่างแท้จริง

 







รศ.ดร.เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โทร. 086-9965-491 Copyright © 2010 All Rights Reserved.